Notardomenico: A Rare and Ancient Apulian Grape

Notardomenico organic red wine from Puglia

โนตาร์โดเมนิโก (Notardomenico) คือหนึ่งในสายพันธุ์องุ่นทางตอนใต้ของอิตาลีที่น่าค้นหาและเป็นที่รู้จักน้อยที่สุด องุ่นแดงพันธุ์พื้นเมืองของแคว้นปูลยา (Puglia) ชนิดนี้ ได้เข้ามาพลิกความคาดหมายเดิม ๆ ที่ผู้คนมักมีต่อไวน์จากแดนใต้ที่แดดแผดเผาไปอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะให้รสชาติที่เข้มข้นดุดันและความร้อนแรง โนตาร์โดเมนิโกกลับมอบความสดชื่น ความมีชีวิตชีวา และความสง่างามละมุนละไม สำหรับใครก็ตามที่พร้อมจะก้าวข้ามผ่านชื่อเสียงอันโด่งดังขององุ่นรุ่นพี่อย่าง พริมิสติโว (Primitivo), เนโกรอามาโร (Negroamaro) หรือ เนโร ดี ทรอยยา (Nero di Troia) แล้วละก็... องุ่นสายพันธุ์นี้คือการค้นพบครั้งใหม่ที่คุ้มค่าแก่การลิ้มลองอย่างแน่นอน

โนตาร์โดเมนิโก: องุ่นสายพันธุ์หายากที่พบเจอได้ยาก

ความหายากคือหัวใจหลักของเรื่องราวเกี่ยวกับองุ่นโนตาร์โดเมนิโก (Notardomenico) เพราะองุ่นพื้นเมืองสายพันธุ์นี้หลงเหลือและเติบโตอยู่เพียงในผืนดินผืนเล็ก ๆ ไม่กี่แห่งทั่วแคว้นปูลยา (Puglia) เท่านั้น และแม้แต่ในประเทศอิตาลีเอง องุ่นชนิดนี้ก็ยังถือเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche) อย่างแท้จริง ยิ่งหากเป็นพื้นที่นอกแคว้นนี้แล้ว การจะพบเจอองุ่นพันธุ์นี้แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย คุณจะพบชื่อของโนตาร์โดเมนิโกปรากฏอยู่บนเมนูไวน์ได้น้อยมาก และที่หาได้ยากยิ่งกว่านั้น คือการนำองุ่นสายพันธุ์นี้มาหมักบ่มและบรรจุขวดเป็นไวน์เดี่ยว (Single Variety) ในแบบฉบับของตัวเองโดยเฉพาะ

ตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์อันยาวนาน องุ่นสายพันธุ์นี้มักจะได้รับบทบาทเป็นเพียงผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง โดยมักจะถูกนำไปเบลนด์ (Blended) หรือผสมในปริมาณเล็กน้อย เพื่อช่วยเพิ่มโครงสร้าง (Structure) ค่าความกรด (Acidity) และกลิ่นหอมอบอวล (Perfume) ให้กับไวน์ตัวอื่น ๆ ของแคว้นปูลยา มากกว่าที่จะได้เป็นพระเอกชูโรงด้วยตัวเอง ดังนั้น ไวน์ที่รังสรรค์ขึ้นจากผลองุ่นโนตาร์โดเมนิโกล้วน ๆ 100% จึงเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในความเป็นจริง และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้การได้ครอบครองไวน์ชนิดนี้สักขวด รู้สึกราวกับได้รับสิทธิพิเศษเล็ก ๆ และได้สัมผัสกับรสชาติที่คนรักไวน์ส่วนใหญ่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อนในชีวิต

องุ่นสายพันธุ์พื้นเมืองเก่าแก่ของแคว้นปูลยา

โนตาร์โดเมนิโก (Notardomenico) ไม่ใช่ผลผลิตที่เพิ่งถูกพัฒนาขึ้นในยุคโมเดิร์น แต่เป็นสายพันธุ์องุ่นพื้นเมืองเก่าแก่ที่มีรากเหง้าฝังลึกอยู่ในแคว้นปูลยา (Puglia) โดยตามประวัติศาสตร์แล้ว องุ่นสายพันธุ์นี้มีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับพื้นที่ชนบทในจังหวัดบรินดิซี (Brindisi) มีการบันทึกหลักฐานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับองุ่นชนิดนี้ในไร่ไวน์ของแคว้นพูลยามาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 และปริมาณการเพาะปลูกของมันก็เป็นไปอย่างเรียบง่ายและมีจำนวนไม่มากมาโดยตลอด — มันคือสายพันธุ์องุ่นที่ถูกสืบทอดและรักษาให้คงอยู่ด้วยคุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณี มากกว่าที่จะเป็นไปตามกระแสนิยม

ในปัจจุบัน องุ่นสายพันธุ์นี้ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความตั้งใจของเกษตรกรผู้ปลูกเพียงไม่กี่ราย ที่เลือกจะปกป้องและฟื้นฟูมันขึ้นมา แทนที่จะรื้อถอนเพื่อเปลี่ยนไปปลูกองุ่นสายพันธุ์อื่นที่มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์มากกว่า หากพูดกันตามตรงแล้ว ไวน์โนตาร์โดเมนิโกทุก ๆ แก้วที่คุณได้ดื่ม จึงเปรียบเสมือนชิ้นส่วนมรดกทางวัฒนธรรมของแคว้นพูลยาที่ถูกกอบกู้ขึ้นมาจากขอบเหวแห่งการสูญหาย — และนี่เองคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้องุ่นสายพันธุ์นี้มีเสน่ห์อันเรียบง่ายน่าค้นหาในตัวเอง

รสสัมผัสของ Notardomenico เป็นอย่างไร

ยามเมื่อรินลงสู่แก้ว โนตาร์โดเมนิโก (Notardomenico) จะฉีกทุกกฎเกณฑ์ของไวน์แดงแดนใต้ที่มักจะมีเนื้อสัมผัสหนักหน่วง ตั้งแต่หยดแรกที่ริน สีของน้ำไวน์เผยให้เห็นสีแดงทับทิมที่สว่างประกายสดใส มีความโปร่งและเคลียร์สะอาดตา แทนที่จะทึบเข้มหนาแน่น ซึ่งนี่คือสัญญาณแรกที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ไวน์ขวดนี้รังสรรค์ขึ้นมาโดยเน้นความละมุนละไมและสง่างาม มากกว่าความดุดันทรงพลัง

อโรมาหรือกลิ่นหอม ของไวน์นี้มีความสดชื่นและอบอวลไปด้วยไลน์กลิ่นของผลไม้สีแดงที่มีความกรอบใส ไม่ว่าจะเป็นเบอร์รีป่าสดใหม่ ผลสตรอว์เบอร์รีป่า และเรดเชอร์รี โดยตั้งใจรังสรรค์ให้ปราศจากคาแรคเตอร์ที่หนักหน่วงหรือกลิ่นหอมหวานเข้มข้นแบบแยม อย่างสิ้นเชิง เมื่อสัมผัสในปาก เนื้อสัมผัสของไวน์จะมีบอดี้ที่เบาสบาย ดื่มง่าย และให้ความสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง โดยเอกลักษณ์อันโดดเด่น ของไวน์ขวดนี้คือ รสสัมผัสของค่าความกรด ที่เด่นชัด ชวนน้ำลายสอ ทว่าได้รับการปรับสมดุลอย่างงดงามด้วยแทนนิน (Tannins) หรืิอความฝาดที่นุ่มนวลและละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ"

ผลลัพธ์ที่ได้จึงกลายเป็นไวน์แดงที่มีความกรอบสดชื่น และมีชีวิตชีวา ราวกับได้บรรจุเอาสายลมเย็นฉ่ำจากผืนดินบนพื้นที่สูงซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกลงไว้ในขวด โนตาร์โดเมนิโก (Notardomenico) คือคำนิยามที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า 'Food Wine' (ไวน์ที่ดื่มคู่กับอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม) ด้วยรสสัมผัสที่สะอาด เปี่ยมด้วยพลัง และดื่มได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีวันเบื่อ มันคือไวน์ประเภทที่รู้ตัวอีกที...ก็หมดแก้วไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับมื้ออาหารอันเลิศรสของคุณ

382 Notardomenico: ไวน์ผู้ถือกำเนิด ณ ระดับความสูง 382 เมตร

ไวน์โนตาร์โดเมนิโก (Notardomenico) ที่เราคัดสรรมานำเสนอในครั้งนี้คือ '382 Notardomenico' ไวน์แดงออร์แกนิกสายพันธุ์หายากที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (Certified-Organic) จากไร่ไวน์เก่าแก่ระดับตำนานอย่าง จูเลียนี (Giuliani) ในแคว้นปูลยา ชื่อนี้ไม่ใช่เพียงการตบแต่งคำเพื่อการตลาด ทว่ามันคือจิตวิญญาณของไวน์ขวดนี้อย่างแท้จริง เพราะตัวเลข '382' คือระดับความสูงในหน่วยเมตรของเนินเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นโนตาร์โดเมนิโก ที่ทอดตัวอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 382 เมตร ตัวเลขสามหลักนี้ได้หลอมรวมเอาทัศนียภาพทั้งหมดของสายลม แสงแดด และผืนดินเอาไว้ด้วยกัน — เป็นระดับที่สูงพอจะทอดสายตามองออกไปได้ไกลสุดขอบฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็ยังใกล้ชิดกับผืนดินมากพอที่จะไม่เคยลืมเลือนรากเหง้าของตัวเอง

ตระกูลจูเลียนี (Giuliani) รังสรรค์ไวน์ขนานแท้ของแคว้นพูลยามาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1886 โดยยึดมั่นในปรัชญาอันเรียบง่าย นั่นคือ 'ความรักต่อผืนแผ่นดิน และความหลงใหลในศาสตร์แห่งไวน์' พวกเขาเลือกทำงานเฉพาะกับองุ่นสายพันธุ์พื้นเมืองบนเนินเขาอันแดดจัด ระหว่างเมืองตูรี (Turi) และโจยา เดล คอลเล (Gioia del Colle) ซึ่งเป็นผืนดินและสภาพภูมิประเทศ (Terroir) เดียวกันกับที่สร้างชื่อให้ไวน์ 'พริมิสติโว ดี โจยา เดล คอลเล' (Primitivo di Gioia del Colle) ของพวกเขาได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้ว ทว่าในครั้งนี้ พวกเขาได้ใช้ความกล้าหาญในการนำองุ่นสายพันธุ์โนตาร์โดเมนิโกมาหมักบ่มแยกเดี่ยวเป็นไวน์บริสุทธิ์ 100% (Single Variety) ภายใต้กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) ที่เข้มงวด ซึ่งถือเป็นการจงใจพาหัวใจสำคัญของไวน์กลับคืนสู่รากเหง้าดั้งเดิมของแคว้นปูลยาอย่างแท้จริง ไวน์พริมิสติโว ดี โจยา เดล คอลเล (Primitivo di Gioia del Colle) การันตีรางวัลระดับโลก พวกเขาได้ใช้ความกล้าหาญในการนำองุ่นสายพันธุ์โนตาร์โดเมนิโกมาหมักบ่มแยกเดี่ยวเป็นไวน์บริสุทธิ์ 100% (Single Variety) ภายใต้กระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ที่เข้มงวด ซึ่งถือเป็นการจงใจพาหัวใจสำคัญของไวน์กลับคืนสู่รากเหง้าดั้งเดิมของแคว้นปูลยาอย่างแท้จริง

ทุกกระบวนการภายในโรงบ่มไวน์ (Cellar) ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อทะนุถนอมธรรมชาติอันละเอียดอ่อนขององุ่นสายพันธุ์นี้อย่างพิถีพิถัน ผลองุ่นเติบโตบนผืนดินเนื้อปานกลางที่อุดมไปด้วยหินปูนและดินเหนียว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัวของพื้นที่ 'มูร์เจีย บาเรเซ' (Murgia barese) จากนั้นจะถูกนำมาเด็ดขั้วและแยกก้านออกอย่างเบามือ (Gently destemmed) แล้วจึงนำไปหมักบ่มภายใต้การควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรักษาความสดใหม่ของผลไม้ ค่าความกรดตามธรรมชาติ และอโรมาอันละเอียดอ่อนเอาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะนำไปพักบ่มต่อในถังแสตนเลสและในขวดเป็นเวลาอีก 4 ถึง 6 เดือน จนเกิดเป็นผลลัพธ์อันน่าภาคภูมิใจกับไวน์ระดับ Puglia IGT จากผลผลิตฤดูกาลเก็บเกี่ยวปี 2025 (2025 Harvest) ที่มาพร้อมกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่นุ่มนวลกำลังดีเพียง 13%

สำหรับการจับคู่กับอาหาร (At the table) ไวน์ 382 Notardomenico ถือเป็นไวน์ที่เข้ากับอาหารได้อย่างหลากหลายอย่างน่าอัศจรรย์ (Versatile) เมื่อเสิร์ฟที่อุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส ค่าความกรดที่สดใสและแทนนินอันนุ่มนวลของมัน จะทำหน้าที่เป็นคู่หูตามธรรมชาติให้กับเมนูเนื้อสัตว์อบรวมมิตร เนื้อสัตว์ป่าและเห็ด เมนูเนื้อสัตว์รสชาติเข้มข้น เนื้อเคี่ยวซอสรากู (Ragù) ตลอดจนชีสเนื้อแข็งที่ผ่านการบ่มนาน (Hard aged cheeses) โดยไวน์จะช่วยตัดเลี่ยนจากรสชาติที่เข้มข้นของอาหาร และทิ้งสัมผัสที่สะอาดสดชื่นไว้ในปากของคุณ หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในการค้นหาและลิ้มลององุ่นสายพันธุ์พื้นเมืองของแคว้นปูลยา คุณสามารถเปิดโลกแห่งไวน์ขวดหายากและเรื่องราวของผู้ผลิตรายอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ใน... Wine Guide.